ในโมงยามแห่งความเหว่ว้า มีเพียงน้ำตากล่นหล่นอยู่ข้างใน ท้องฟ้ามืดครึ้มฝนตกรำไร ฟ้าสีไม่สดใสอย่างเคยเป็นมา อะไร อะไร ก็ดูแย่เมื่อเธอไม่อยู่ ความหดหู่ อ่อนไหว เดินเข้ามาหา ความหมองหม่นก่อตัวขึ้นในสองตา หัวใจถูกพันธนาการด้วยความเศร้า รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีเธออยู่ข้างฉันแล้วในวันนี้ แต่ทำใจไม่ได้สักที เมื่อไม่มีคำว่าเรา แม้สายลมพัดผ่านเพียงบางเบา ก็ทำเอาน้ำใสไหลรินแทบปางตาย เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เพื่อให้รอยน้ำตานั้นจางหาย แต่ยิ่งลืมเรื่องเธอเหมือนยิ่งโดนทำร้าย เพราะภาพเธอกระจ่างชัดและมีความหมายกว่าที่เป็นมา
ดึกแล้ว เธอคนดีจะหลับหรือยัง ยังอยากฟังเสียงของความคิดถึงอยู่ไหม ได้ยินหรือเปล่าเสียงที่ฉันได้ส่งไป ผ่านท้องฟ้าไกลยามเราห่างกัน หรือว่าเธอคงจะหลับแล้ว งั้นได้ยินไหมเสียงแผ่วเบานั้น เสียงที่คุ้นหูที่เฝ้าบอกเธออยู่ทุกวัน บอกว่ายังรัก ยังคิดถึงกันอยู่ทุกวินาที ฝากทุกอณูของเรื่องราว ในคืนที่ดาวพร่างพราวอย่างคืนนี้ ให้ความรัก ความห่วงใย ความรู้สึกที่มี โอบกอดเธอให้ฝันดี ให้อุ่นใจ
ไม่อยากไปในที่ที่คุ้นตา เพราะมันอ้างว้างเกินกว่าจะรับไหว ไม่อยากกินข้าวคนเดียวเพราเปล่าเปลี่ยวเกินไป ไม่อยากได้ยินเพลงรักใดในยามที่ไกลกัน ไม่ชอบเลยเวลาฟ้าร้อง เพราะไม่มีเธอประคองปลอบใจฉัน ไม่ชอบเลยที่ต้องเดินกลับบ้านดึกดึกอย่างนั้น เพราะไม่มีเธอเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันได้อุ่นใจ ได้แต่นึกถึงเรื่องราวในวันเก่า ที่มีคำว่าเรา ช่างสุขเป็นไหนไหน แต่ตอนนี้มีแค่น้ำอุ่นอุ่นหลั่งรินในหัวใจ เพราะฉันมีเธอได้กระจ่างชัดแค่ในความทรงจำ
ถ้าถามว่าหนังสือเล่มไหนที่อ่านแล้ววางไม่ลง ก็มีอยู่หลายเล่มทีเดียว แต่ละเล่มให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันไป และเรื่องราวที่ถ่ายทอดก็มีความสนุก น่าสนใจ แตกต่างกันไป หนึ่งในหลายๆ เล่มที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปเป็นเด็ก และได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชนบท ทั้งสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ ความผูกพัน ความรักที่เกิดขึ้นและสัมผัสได้ นั่นคือ “ความสุขของกะทิ” มีทั้งหมด 3 ตอนด้วยกัน ประกอบด้วย ความสุขของกะทิ เล่มที่ 2 คือ ความสุขของกะทิ ตอน ตามหาพระจันทร์ และ เล่มที่ 3 คือ ความสุขของกะทิ ตอน ในโลกใบเล็ก… Read More
เพราะรักเธอมากจึงเข้าใจในทุกสิ่่ง แม้ความจริงห่างไกลจากความฝัน เพราะในฝันอยากให้เรามีกันและกัน แต่ความจริงมีแค่ฉันยืนข้างเธอ จะกี่ร้อน กี่หนาวหรือกี่ฝน จะกี่ร้อยเรื่องราวที่สับสนที่ต้องเจอ เธอมีฉันยืนเคียงข้างอยู่เสมอ แต่ตัวเธออยู่ที่ไหนยามที่ฉันอ่อนล้า อาจเพราะฉันนั้นสำคัญตัวเองผิด หรือเพราะเธอไม่เคยคิดให้เวลา ยอมรับ ณ วันนี้แสนอ่อนล้า และน้อยใจกับทีท่าที่เธอไม่สนใจ คงต้องบอกตอกย้ำในความคิด เตือนตัวเองอีกสักนิดให้เริ่มใหม่ บอกตัวเองให้ดึงเอาหัวใจ ออกจากเธอแล้วเริ่มใหม่ด้วยการรักตัวเอง
เติบโตขึ้นพร้อมวัยและหน้าที่ ต่างคนมีความรับผิดชอบที่หลากหลายน้อยบ้าง มากบ้าง ต่างกันไป อยู่ที่ใคร จัดการได้ ก็เท่านั้น แต่โลกนี้มีคนหลายจำพวก สักแต่ทำให้ผ่านแบบรวกๆ ไม่เห็นความสำคัญ สักแต่ว่าให้งานเสร็จไปวันๆ แค่ตัวเองรอดเท่านั้นก็เป็นพอ อีกจำพวกถือดีว่าข้าเก่ง ทำอวดเบ่ง เก่งประจบ และสอพลอ ไม่เห็นหัว ใครต่อใคร ที่ร้องขอ คนเราหนอ แบ่งชั้นกันทำไม อีกประเภทนี่ก็ยุ่งวุ่นวายนัก วันๆสักแต่ป้ายสีและตีไข่ ละเลงสีได้มากแสนสะใจ ทำให้คนได้แตกแยกแสนสุขสันต์ อีกไม่น้อยเกียจคร้านเกี่ยงงานหนัก ทำแล้วพัก ปัดส่งต่อ ให้พ้นจากฉัน ถือว่าเป็นหน้าที่เธอก็แล้วกัน ฉันก็ทำได้แค่นี้ จะเอาไง ส่วนอีกพวก… Read More
เธออยู่ไหนในวันที่ฟ้าเป็นสีเทา เคยเห็นรอยหม่นเศร้าในแววตาฉันไหม เคยรับรู้หรือไม่ในทุกความเป็นไป ว่าฉันเป็นอย่างไรในวันที่ไกลกัน เธอหายไปพร้อมร้อยพันคำถาม ที่คอยวิ่งตามวนเวียนอยู่อย่างนั้น เธออยู่ไหน ทำไม เกิดอะไรท่ามกลางความเงียบงัน เธอทิ้งฉัน ทิ้งความฝัน อย่างง่ายดาย แล้ววันนี้เธอกลับมา พร้อมบอกว่าขอเริ่มต้นใหม่จะได้ไหม น้ำในตาเอ่อล้นออกมาท้นหัวใจ เพิ่งรู้ว่าลืมเธอไม่ได้เลยจริงจริง ใจร้ายไปไหมคนดี เธอกลับมาในวันที่ฉันกำลังจะลืมได้แล้วทุกสิ่ง ท้ายที่สุดก็กลายเป็นคนอ่อนแอที่เธอเคยทิ้ง และหลอกตัวเองว่าลืมเธอได้… ทั้งที่จริงมีเพียงแค่เธอ เจ็บในวันนั้นยังไม่จางหาย การกลับมาใหม่มันเจ็บกว่าครั้งแรกที่เจอ ขออย่าทำร้ายกันด้วยการทำให้ฉันเพ้อ ว่าการกลับมาคราวนี้ของเธอ เพราะเธอนั้นรักกัน ขอเดินกลับหังพร้อมน้ำตา ทิ้งทุกอย่าง หยุดไขว่คว้า หยุดความฝัน ยอมเจ็บอีกครั้งโดยทิ้งเธอไว้ตรงนั้น ไม่ใช่เพราะไม่รักกัน แต่ฉันไม่อยากเจ็บแบบซ้ำเดิมอีกต่อไป
ภายใต้สายตาอันแข็งกร้าว ข้างในกลับซ่อนความร้าวไหว ปวดปร่า รวดร้าว อยู่ข้างใน กลัวใคร จะรับ จะรู้มัน ยิ้มแย้ม แจ่มใส เริงร่า ทุกเวลา เสแสร้งแกล้งให้ดูสุขสันต์ ได้แต่หลอกผู้คนรอบกายไปวันวัน หัวใจมันไหวหวั่นเกินแล้วใจ จะบอก จะเล่า ให้ใครฟัง หมดซึ่งความหวัง เกินทนไหว หมดสิ้นแรงกาย กำลังใจ สิ้นแล้วแสงแห่งความหวัง อันยิ่งใหญ่ที่ฉันมี