ขอบคุณ..ที่มีเธอ

 

แค่คนๆหนึ่งที่ผ่านเข้า..แล้วเขาคงจะต้องผ่านไป

บอกตัวเอง..ใครเขาจะมาสนใจคนอย่างเรา

เขาทำดีด้วย ทำสนใจ เขาคงแค่เหงา

กระซิบบอกตัวเองเบา-เบา อย่าคิดอะไรมากนักเลย

แล้วเวลาก็ล่วงผ่านเลยไป

นานเท่าไหร่แล้ว…กับเธอคนที่ฉันเพิ่งจะคุ้นเคย

กับทุกสิ่งที่ฉันให้คือความเฉยเมย

เธอกลับไม่เปลี่ยนไปเลย นับจากวันแรกที่เจอ

ขอบคุณนะ..สำหรับทุกความรู้สึก

ในทุกส่วนลึก-ลึก ทุกสิ่งที่เป็นเธอ

ขอบคุณที่ยืนข้างกันเสมอ

ขอบคุณ น้ำใจของเธอที่ให้กัน

ตอนนี้ฉันพร้อมจะเปิดหัวใจ

พร้อมที่จะรับใคร สักคนมาร่วมฝัน

มันนานเกินไปไหม กับเวลาที่พิสูจน์ใจกัน

ขอโทษที่ให้รอนาน แต่จากนี้ฝันของฉันจะมีเธอร่วมทางตลอดไป

 

รอยยิ้มในวันธรรมดา

 

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยมากๆ แถมยังตกหนักอีก ฟ้าร้องฟ้าผ่า เสียงดั้งดัง แล้วยังเป็นช่วงเป็นเรียนซะด้วย ทั้งคนทั้งรถบนท้องถนนก็เลยเยอะตาม หลายวันมานี้ได้ทำอะไรหลายๆอย่าง วุ่นๆ ไม่ค่อยได้ติดต่อใครเลย ถึงงานจะเยอะแต่รู้สึกสนุกกับงานมากๆเลยล่ะ แถมอะไรหลายๆอย่างในช่วงนี้ดูจะลงตัวยังไม่รู้สิ บรรยากาศรอบๆตัวก็ดูดีไปซะหมด เห็นแต่รอยยิ้ม (แม้จะมีเสียงบ่นจากเพื่อนๆบ้าง) เนื่องจากงานเยอะก็เลยทำให้ต้องโด๊ปกันซะหน่อย ซึ่งทำให้รู้สึกว่ามีคาเฟอีนในกระแสเลือดค่อนข้างสูงทีเดียว ความจริงก็คือหาเหตุผลหรือข้ออ้างในการดื่มกาแฟนั่นเอง ความจริงก็ไม่ได้หลงใหลในรสชาติกาแฟหรอกนะ แต่ชื่นชอบในกลิ่นของกาแฟมากกว่า (อิอิ คอกาแฟคงนึกออก) ใครไม่ชอบคงว่าเหม็น ก็อย่างว่าแหละใครชอบก็ว่าดี ใครไม่ชอบก็ว่าไม่ดี วันนี้คงไม่มีอะไรจะเขียนมากนัก ถ้ามีอะไรตื่นเต้นจะมาเล่าให้ฟังนะ คงมีแต่เรื่องดีๆละมั้งที่ทำให้มีรอยยิ้ม เพื่อก้าวไปข้างหน้าต่อไป

เก็บมาเล่าให้ฟัง

 
 
 

          ช่วงนี้เป็นช่วงที่พบปะเพื่อนฝูงบ่อยจัง ก็ 2 วันที่ผ่านมามี meeting ทั้ง 2 วันเลย วันศุกร์ก็ไปกินข้าวเย็นกันกับเด็กลุ่มน้ำ ความจริงไม่ได้ตั้งใจว่าต้องเป็นลุ่มน้ำหรอก แต่เป็นความบังเอิญ กินกันนะไม่เท่าไหร่แต่พอรวมเวลาที่นั่งเม้าท์ด้วยมันก็หลายชั่วโมงอยู่ ส่วนเมื่อวานมีงานรับเหลดที่คณะ ตอนแรกคิดว่าจะมีเพื่อนๆมามากกว่านี้ แต่พอนับจริงๆก็ไม่เท่าไหร่ มีเรา แม่มณี ริน (สาวอุดร) พันซ์ เอ (ตั้ม) แต๊ก มัท เก้ ป๋อง หม่อมบี ปอ (อุนุพงษ์) โมทย์ จำไม่ได้แหละ ซึ่งวันนั้นเพื่อนแต๊กเป็นตัวแทน 67 ไปให่โอวาทล่ะ จะว่าไปหน้าตาเพื่อนเรากับน้องๆก็ไม่ต่างกันมากนัก ไม่รู้ว่าหน้าเพื่อนเราเด็กหรือว่าน้องมันหน้าแก่ แป่ว!!!! พอพระอาทิตย์กำลังค่อยๆเคลื่อนตัวจะลาลับขอบฟ้า ฝนก็กระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหนีฝนกันแทบไม่ทัน และสุดท้ายเย็นเมื่อวานก็เลยจบที่ร้าน ป.เป๋ คราวนี้ก็มีแต่เพื่อน wood tech กินกันอย่างเอร็ดอร่อยกันเลยทีเดียว นั่งเมาท์กันมันเหมือนกัน ก็แหม ไม่ค่อยได้เจอกันปากก็เลยทำงานหนัก พออิ่มกันแล้วทีนี้ก็บ้านใครบ้านมันแล้วล่ะ หวังว่าคราวหน้าคงได้เจอเพื่อนคนอื่นๆอีกนะ

เรื่องเล่า (สั้นๆ) จากภูเขียว

กลับมาจากภูเขียวได้หลายวันแล้ว แต่กว่าจะได้มาเล่าให้ฟังก็ผ่านไปซะหลายวัน จะบอกว่าอากาศ

ที่ภูเขียวดีมากๆ ไม่ร้อน แถมยังได้รับออกซิเจนเข้าไปเต็มปอดเลยล่ะ  กว่าที่จะเดินทางถึงเขตรักษา

พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวก็เย็นแล้วล่ะ นี่เป็นการไปเยือนครั้งแรกเลยนะ สำหรับกิจกรรมที่ไปทำก็ได้แก่
เดินป่าเส้นแรกระยะทาง 4 กม. ใช้เวลาเดินกันประมาณ 2 ชม. ยังไม่ค่อยได้เหงื่อเท่าไหร่ ที่ได้กลับ

มาเป็นเจ้าเพื่อนร่วมโลกตัวน้อย (ทาก) ซะมากกว่า แหม ตลอดทางเดิน เพื่อนตัวน้อย ก็แวพเวียน

มาเกาะเท้าหลายตัวเลยทีเดียว ต้องคอยแกะออกตลอด อากาศก็ดี นอกจากนั้นก็เดินเส้นทางศึกษา

ธรรมชาติโป่งห้า ระยะทางสั้นลงมาหน่อย แค่ 3 กม. เจอรอยตีน (ไม่ได้หยาบนะ เรียกอย่างนี้จริงๆ)
รอยตีนกวาง เสียงนกร้องก้องป่าเลย ชมวิวที่ทุ่งกะมัง เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ดอกหญ้าไหวเอนตาม
สายลมที่พัดผ่าน อากาศดีสุดๆ ใช้เวลาอยู่ที่นั่นไม่กี่วันแล้วก็กลับ กทม.

หลังจากกลับมาก็ต้องมาเคลียร์งานต่างๆ ที่ยังคั่งค้าง ตอนนี้เปิดเทอมแล้วด้วยงานก็เลยเยอะตาม
อีก สักพักคงจะเข้าที่เข้าทางละมั้ง สู้ๆสู้ตาย

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

Up ↑

.tomorn.

articles that instigate

~ จิบชาคาเฟ่ ~

JiBi_AI's another blog ♪ for Reader and Traveler

ร่ายอักษรกลอนศรีกวีเมา

yuthPa,สหายพันจอก,กลอน,เขียนกลอน

Support

WordPress.com Support