Archive for มิถุนายน, 2011

มิถุนายน 28, 2011

ระยะทางอันห่างใกล้

ความห่างไกลด้วยระยะทาง อาจทำให้ใครหลายคนห่างหายกันไปจากความรู้สึก แปลกนะทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ความรู้สึกเป็นเรื่องของจิตใจ แต่พอเราห่างไกลกัน ความรู้สึกกลับห่างตามระยะทางไปด้วย หรือเราไม่ได้รู้สึกรัก รู้สึกผูกพัน รู้สึกเป็นห่วงเป็นใย อย่างจริงใจ จึงทำให้ความรู้สึกต่างๆเหล่านี้หล่นหายไประหว่างทาง

ในอดีตการเขียนจดหมาย เป็นการรักษาความรู้สึก พร้อมกับการถ่ายทอดเรื่องราวของเราให้อีกฝ่ายได้รับรู้ (แม้อีกฝ่ายอาจจะไม่อยากรับรู้ และไม่อยากรักษาความรู้สึกแล้วก็ตาม) แต่ปัจจุบัน เรามีเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย รวดเร็วทันใจ เพื่อที่ช่วยให้ระยะทางของความรู้สึกสั้นลง ไม่ว่าจะเป็น skype msn e-mail twitter facebook และอื่นๆ อีกมากมายตามแต่ใครจะชื่น จะชอบ กับโปรแกรมไหนก็ว่ากันตามความพอใจ

นิ้วกลมและพิมปาย ได้เริ่มการเขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลล์ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้สึก เรื่องราว การเดินทาง และอะไรต่อมิอะไรเท่าที่เพื่อนจะคุยกัน คนที่แทบจะไม่รู้จักกัน ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร เข้าสู่กระแสไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ และได้อ่านมันผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ ทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้จักกันมากยิ่งขึ้น การเรียนรู้ใครบางคนผ่านตัวอักษรอาจไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินที่จะทำความเข้าใจ หากเราต่างเปิดใจยอมรับที่จะเรียนรู้ และเปิดเผยตัวตนให้ผู้อื่นได้เรียนรู้กับเรา

เหมือนเรากำลังอ่านจดหมายของคน 2 คน ที่กำลังถ่ายทอดเรื่องราวให้อีกฝ่ายหนึ่งรับรู้แล้วเรื่องราวของทั้งสองจะมีรสชาติ น่าติดตาม น่าสนใจแค่ไหน และทำไมเขา 2 คนถึงเขียนอีเมลล์ถึงกัน การเดินทางทำความรู้จักเริ่มต้นที่ใด และมิตรภาพที่เกิดขึ้นจะมีหน้าตาอย่างไร และสิ้นสุดที่ใด คงเป็นคำตอบที่คุณต้องเข้าไปแอบอ่านอีเมลล์ที่เค้าเขียนถึงกันแล้วล่ะ

ไม่ว่าระยะทางจะใกล้หรือไกลแค่ไหน แต่ถ้าเราสามารถรักษาระยะห่างของความรู้สึกได้ ต่อให้ไกลกันสุดขอบฟ้า ระยะทางแสนไกลก็ใกล้แค่ใจเรา…….ระยะทางอันห่างใกล้

มิถุนายน 26, 2011

เจ็บเพราะรัก

หากในชีวิตหนึ่งเราจะต้องพบพานเรื่องราว และต้องก้าวผ่านวันเวลาที่เลวร้าย เชื่อว่าเรื่องหนึ่งที่ทำให้หัวใจเราอ่อนแอได้ และมีบาดแผลที่เรารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด โดยเป็นแผลที่เรามองไม่เห็น นั่นก็คือ ความผิดหวังจากความรัก

ยอมรับว่าตอนแรกที่เห็นชื่อหนังสือก็รู้สึกว่า ทำไมหนังสือเกี่ยวกับความรัก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภท how to จะต้องทำอย่างไรเมื่อตกหลุมรัก หรือเมื่ออกรักเราจะทำไงดี เขียนกันมาได้ตลอดเวลา แต่เสียงของเจ้าหน้าที่ที่บูธที่ส่งผ่านมาเข้าโสตประสาทำให้ต้องเดินกลับไปพลิกซ้ายพลิกขวา และก็มาสะดุดกับชื่อผู้เขียนซะอีก คนเขียนคิดอะไรนะ ทำไมใช้ชื่อนี้ “ผมอยู้ข้างหลังคุณ” แค่อ่านก็มีความรู้สึกสับสนปนเปกับคำถาม เหมือนเรากำลังโดนใครบางคนลอบมองจากข้างหลัง โดยที่เราเองไม่รู้ตัว และไม่รู้ว่าเขาจะมาดีหรือไม่ เออ แปลกดีเฮอะ พลิกไปอ่านประวัติผู้เขียน ก็โดนเข้าอย่างจัง อ้าว เป็นจิตแพทย์ซะอย่างนั้น นั่นไงล่ะ ต้องซื้อมาอ่านซะแล้ว หนังสือเล่มนี้คงต้องมีอะไรซ่อนมากกว่าเพียงชื่อที่เห็นแน่นอน

การถ่ายทอดเรื่องราวโดยการเล่าเรื่องชีวิตของใครบางคนที่กำลังประสบปัญหาต่างๆ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องราวของความรัก พร้อมทั้งการวิเคราะห์ถึงปัญหา สาเหตุ และคำแนะนำต่างๆ เป็นไปอย่างน่าสนใจ เรื่องราวมีสีสันเพิ่มมากขึ้นจากการสอดแทรกเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องราว อีกทั้งยังทิ้งเรื่องราว และประโยคเด็ดให้เราได้คิดอีกด้วย เหมือนอ่านหนังสือจิตวิทยาที่เข้าใจได้ง่าย แถมได้ดูหนังไปพร้อมๆ กัน อ่านแล้วย้อนกลับมาคิด ทบทวนเรื่องราวและความรู้สึก บางครั้งการใช้ชีวิตของเราก็เหมือนเป็นตัวละครตัวเอกของเรื่องนั้น ที่บางช่วงบางตอนเราประสบปัญหาเรามักจะหาทางออกไม่เจอ แต่ถ้าเราทำตัวเหมือนที่เราดูละครทีวี เราจะพบว่า เวลาตัวละครในทีวีเจอปัญหา เรามักจะบอกได้ว่าต้องแก้ไขปัญหานั้นๆ อย่างไร เป็นเพราะว่า เราถอยออกห่างออกมาจากปัญหา ทำให้เมื่อเรามองไปเราจึงรู้ว่าควรแก้ปัญหาอย่างไร ผิดกับตอนที่เราเป็นตัวแสดงนำ เรามักจมปลักอยู่กับปัญหาจึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร การใช้ชีวิตอย่างมีสติระลึกอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น

เจ็บเพราะรัก เป็นหนังสืออีกเล่มที่ประทับใจ สำหรับใครที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่กำแพงสูงเกินกว่าจะปีนขึ้นไป ลองมาเรียนรู้ชีวิตของหญิงสาวในเล่มนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่ากำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้อยู่ไกลเกินจะคว้า หากแต่เราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ และตัวเราเองต่างหากที่จะเป็นคนทำร้ายหรือเป็นคนที่จะดูแลให้มันมีความสุข