จิตอาสาผู้ป่วยจิตเวช (1)

 ปุญชรัสมิ์  ทรงธรรมวัฒน์  เรื่อง
อทิตยา พุ่มกุมาร  ภาพ
“ถ้ารักษาลูกหาย จะรักษาลูกคนอื่นให้หายเหมือนลูกเรา”
นี่คือคำพูดของหญิงคนหนึ่งขณะที่รู้ว่าลูกชายป่วยเป็นโรคจิตเภท ในวันนี้เธอทำหน้าที่แม่ ที่ให้ความรักและรักษาผู้ป่วยจิตเวช ด้วยความมุ่งมั่นให้ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ดังคำที่เธอได้ปวารณาตัวไว้ เธอยังบอกอีกว่าโรคจิตเวชรักษาได้ !?
 เปิดโลกของโรค….เราไม่ได้บ้า
โรงพยาบาลศรีธัญญา ที่ใครหลายคนเรียกกันจนติดปากว่าโรงพยาบาลบ้า ตั้งอยู่ที่ ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองฯ  จ.นนทบุรี ความคิดแรกที่เข้ามายังโรงพยาบาลคือภาพคนเสียสติที่เห็นเดินตามท้องถนน คงจะเดินกันให้ขวักไขว่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ เหมือนที่เคยเห็นผ่านตาในละครโทรทัศน์ แต่ภาพที่เห็นคือพื้นที่อันกว้างขวาง ถูกแบ่งออกเป็นโซนๆ เช่น ตึกผู้ป่วยชาย ตึกผู้ป่วยหญิง อาคารต่างๆ พื้นที่โล่งเต็มไปด้วยหญ้าสีเขียวสบายตา ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่
ลานหน้าตึกกายภาพบำบัดมีป้ายพลาสติกเขียนว่ายินดีต้อนรับ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้สึกยินดีที่ได้มาที่นี่ ชั้น 2 ของตึกนี้คือที่ตั้งของสมาคมสายใยครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความรู้เรื่องจิตเวชแก่ผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด ฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยจิตเวช และเผยแพร่ความรู้เรื่องจิตเวชสู่ชุมชน ที่นี่เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 -16.30 น. และใช้กิจกรรมบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวช อาทิ งานศิลปะ การประดิษฐ์ การกีฬา ดนตรี สอนภาษาอังกฤษ และการใช้คอมพิวเตอร์ โดยมีอาสาสมัครดูแลให้คำปรึกษาผู้ป่วยและญาติในการดำเนินชีวิตกับโรคจิตเวช แม้เป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมธรรมดา แต่ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างเข้ามาเปลี่ยนชีวิตที่นี่เพราะเป็นโลกแห่งการเยียวยารักษา
เช้านี้เราเดินทางมายังที่นี่ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ระคนตื่นเต้นเพราะไม่เคยรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวชและจิตอาสาที่ดูแลผู้ป่วยมาก่อน
เสียงพูดคุยหยอกล้อ ดังลอดมาจากห้องกิจกรรม คนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ในห้องนั้น โต๊ะหลายตัวถูกจัดวางต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสไว้กลางห้องสำหรับทำกิจกรรมอย่างเช่น วาดภาพ เย็บผ้า เป็นต้น ด้านซ้ายมือของห้องมีโซฟาและตู้โชว์ผลงานการเย็บกระเป๋าถือของผู้ป่วย รวมถึงงานแฮนด์เมดหรือของทำมืออื่นๆ อาทิ พวงกุญแจ ตุ๊กตา และกระเป๋าใส่เศษสตางค์
ในห้องทำกิจกรรมวันนี้เราเจอกับผู้ป่วยในผู้ชายใส่ชุดคนไข้สีเขียวอ่อน ส่วนผู้ป่วยหญิงนั้นใส่ชุดคนไข้สีชมพู ผิดกับผู้ป่วยนอกที่หากเราไม่ได้พูดคุยคงเข้าใจว่าเป็นญาติหรือจิตอาสาที่มาช่วยงานที่นี่
ชายหญิงหลายคนนั่งรอบๆ โต๊ะกลางห้อง บางคนชงเครื่องดื่ม บ้างก็อ่านหนังสือ บ้างก็เย็บผ้า บางคนนอนเอกเขนกบนโซฟาด้านหน้าห้อง พวกเขาเหล่านี้คือผู้ป่วยจิตเวช ทั้งที่เป็นผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก
คนไข้ในชุดผู้ป่วยใน
คนไข้ในชุดผู้ป่วยใน
ก่อนที่เราจะเข้าไปทำความรู้จักกับพวกเขา เราได้รับการต้อนรับจาก พี่อ้อย หรือพัชรี  สันติมากร สาวร่างท้วม ผิวขาว อายุ 49 ปี เธอคือจิตอาสาช่วยงานธุรการของสมาคมฯ ด้วยการชักชวนและได้รับโอกาสจากคุณหมอ    สมรัก ชูวานิชวงศ์ นายกสมาคมสายใยครอบครัว และเป็นคุณหมอที่รักษาเธอด้วยในเวลานั้น ก่อนหน้าที่จะมาเป็นจิตอาสานั้น พี่อ้อยมีอาการป่วยมาตั้งแต่วัยรุ่น แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองป่วย เพียงเข้าใจว่าตนเองขาดความรัก ความเข้าใจ และแรงกดดันจากคนในครอบครัว จนกระทั่งหลานชายสังเกตเห็นว่าพี่อ้อยไม่มีความสุข เข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้ เริ่มแรกเมื่อรู้ว่าตนเองป่วยก็เกิดการต่อต้านภายใน ไม่กล้าบอกใครว่ามาโรงพยาบาลศรีธัญญา ภายหลังเมื่อมารักษา อบรมหลักสูตรสายใยครอบครัว และได้มาฟื้นฟูที่นี่จึงหายเป็นปกติ
ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่ได้มาทำงานที่นี่ พี่อ้อยเล่าให้ฟังว่า การเริ่มงานวันแรกเต็มไปด้วยความกลัวเพราะไม่เคยทำงานธุรการมาก่อน กลัวที่จะต้องติดต่อสื่อสารกับคนอื่น แต่เพราะโอกาสที่ถูกหยิบยื่นให้บวกกับความตั้งใจและพยายามจะพิสูจน์ตัวเอง วันนี้เธอจึงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอทำได้และภาคภูมิใจกับงานที่ได้ทำ
พี่อ้อย พาเราเข้าไปทำความรู้จักกับโรคจิตเวช ที่สังคมยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้สักเท่าไหร่
โรคจิตเวช เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองไม่เท่ากัน มี 3 ประเภท คือ โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า และโรคอารมณ์สองขั้วหรือไบโพล่าร์ (bipolar)
อาการของโรคจิตเภทนั้น ผู้ป่วยจะแสดงความผิดปกติหลายๆ ด้านร่วมกันคือมีความผิดปกติของความนึกคิด พฤติกรรม ผู้ป่วยจิตเภทบางรายหัวเราะคิกคักอย่างไม่มีเหตุผล พูดคนเดียว หรือพูดกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน บางรายเอะอะ อาละวาด หยาบคาย ก้าวร้าว หรือพูดจาเลอะเทอะ มีอาการหลงผิด หวาดระแวง ประสาทหลอน บางคนอาจแสดงอาการผิดปกติให้เห็นเพียงอย่างเดียวหรือสองอย่างก็ได้
ส่วนโรคซึมเศร้านั้น ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเศร้าตลอดเวลา ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ไม่สนใจสิ่งที่เคยสนใจ    เฉื่อยชา มองโลกในแง่ร้าย ขาดความมั่นใจ ความจำเสื่อมลง ไม่มีสมาธิ คิดช้า ตัดสินใจไม่ได้ เคลื่อนไหวช้า แยกตัวจากสังคม ผู้ป่วยทั้ง 3 โรค คิดฆ่าตัวตายด้วยกันทั้งนั้น แต่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีโอกาสฆ่าตัวตายมากที่สุด
ผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพล่าร์ จะมีอาการเวียนเป็นวงจรหรือเป็นรอบ คือจะมีอาการป่วยสลับเวียนกันระหว่างครื้นเครงกระตือรือร้นเกินปกติ (Mania) และซึมเศร้า (Depress) แต่ละคนจะมีระยะเวลาที่เป็นต่างกัน หลายครั้งที่คุณหมอวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะว่าเห็นเพียงอาการในช่วงซึมเศร้า กว่าจะวินัจฉัยได้ว่าเป็นโรคไบโพล่าร์ก็ต่อเมื่ออาการในช่วง mania จะแสดงออกมาแล้ว
ฉึกๆๆๆๆๆ
เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น ดึงความสนใจของเราไปทันที ผู้หญิงที่นั่งเย็บผ้าอยู่ตรงนั้นลักษณะคล้ายเราจัง และด้วยท่าทีที่ดูเป็นมิตร ไม่รอช้า เราจึงเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักกับเธอซะหน่อย
“ทำอะไรอยู่คะ”
คำถามปลายเปิดที่รู้คำตอบอยู่แล้ว เราส่งรอยยิ้มพร้อมตาหยีๆ ให้กับ ชิโระ หญิงสาวที่กำลังนั่งเย็บผ้า เธอมองมาและส่งยิ้มให้
“ฝึกเย็บกระเป๋าค่ะ ต่อไปจะได้มีอาชีพเป็นของตัวเอง”
เธอชื่อชิโระ ป่วยเป็นโรคจิตเภทเป็นเวลา 10 ปีแล้ว เธอมาที่ห้องกิจกรรมทุกวันเพื่อฟื้นฟูสมองและสมรรถภาพร่างกาย ปัจจุบันชิโระย้ายมาพักที่บ้านแม่กุสุมา ผู้รับเธอมาอุปการะเลี้ยงดู เพราะบ้านของเธอถูกไฟไหม้เสียหายและครอบครัวไม่สามารถเลี้ยงดูเธอได้
“มาทำอะไรที่ห้องกิจกรรมบ้าง” บทสนทนาง่ายๆ เริ่มขึ้นระหว่างเรา
“มาเย็บผ้าค่ะ เป็นการฟื้นฟูสมอง สร้างสมาธิให้ตัวเราเอง ให้มีสติสัมปชัญญะ ทำอะไรต้องรู้ตัว เช่น ออกกำลังกาย นับเลข บางวันก็มาช่วยดูแลผู้ป่วย สนุกดีค่ะ”
ชิโระ ตอบอย่างช้าๆ ด้วยผลข้างเคียงของยาที่รักษา ทำให้ผู้ป่วยทำอะไรช้าลง ทั้งการเคลื่อนไหวร่างกายและการสื่อสาร ปฏิกิริยาในการตอบสนองเรื่องต่างๆ ก็ช้าลงด้วย
ชิโระบอกว่า ชื่อของเธอมาจากภาษาญี่ปุ่นแปลว่าขนม เพราะเธอชอบกินขนม ชิโระยังเป็นโอตาคุตัวยงคนหนึ่งด้วย เธออ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ และยังมีความฝันว่าอยากแต่งชุดคอสเพลย์
“ชิโระอยากแต่งคอสเพลย์ แต่ไม่กล้าหรอกค่ะ ชิโระอ้วน ใส่แล้วไม่สวย”
นี่คือเหตุผลที่เธอบอก เราเลยมีสัญญาใจกันว่า ถ้าอย่างนั้นมาลดน้ำหนักด้วยกันดีไหม แทนคำตอบ เราสองคนต่างหัวเราะให้กัน ระหว่างที่พูดคุยกันนั้น เราสัมผัสได้ถึงความสุขจากเสียงหัวเราะ รอยยิ้มที่สดใส แววตาที่เป็นประกาย ตอกย้ำกับคำพูดของเธอที่บอกว่า
“อดีตอย่าไปจำ อย่าไปคิดถึงมัน จำปัจจุบันไว้ ไม่ต้องรื้อฟื้น และให้อภัยคนที่ทำไม่ดีกับเรา นั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนคนนั้นจะได้รับผลกรรมเอง”
ผลงานของผู้ป่วย เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพและเป็นอาชีพ
ผลงานของผู้ป่วย เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพและเป็นอาชีพ
อีกมุมหนึ่งของห้อง ชายหนุ่มในชุดคนไข้สีเขียวในมือถือหนังสือการ์ตูนโดราเอม่อน วรวิทย์ในวัย 35 ปี เจ้าของกิจการส่วนตัว หน้าตาสะอาดสะอ้าน ผิวขาว สูง พูดจาฉะฉานคนนี้ ป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์
“คุณอยากรู้อะไรถามผมได้นะ”
วรวิทย์ เล่าให้ฟังว่า เขามารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นครั้งที่ 2 และกำลังจะได้กลับบ้าน การเข้ามารักษาตัวครั้งแรกนั้นเขาป่วยหนักขนาดต้องรักษาด้วยการช็อตไฟฟ้า ผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพล่าร์ จะมีลักษณะเด่นอย่างหนึ่งคือใช้เงินเก่งมาก สำหรับวรวิทย์เอง เคยซื้อนาฬิกาเรือนละหลักแสนหรือแม้กระทั่งใช้เงินซื้อของโดยไม่เสียดาย กิจวัตรประจำวันของคนไข้อย่างเขา นอกจากตื่นมาดูโทรทัศน์ ออกกำลังกาย กินยา แล้วนอน วรวิทย์มักมาที่ห้องนี้ เพื่อหากิจกรรมทำ เช่น อ่านหนังสือและมาพูดคุยกับเพื่อนๆ
“ผมว่าแค่ยอมรับมันนะ ไบโพล่าร์เป็นส่วนหนึ่งของเรา ผมเป็นโรคนี้ยังดีกว่าขาขาด แขนขาด ผมคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีแขนขา โลกของผมจะเป็นยังไง”
ชายหนุ่มอารมณ์ดี บอกเล่าเรื่องราวในชีวิต มิตรภาพและการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างโรคที่เป็นและตัวเขาเอง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันได้อย่างลงตัว
ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาแต่กลับอบอุ่นด้วยมิตรไมตรี การช่วยเหลือเกื้อกูล การแบ่งปัน เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ห้องนี้คงเปรียบได้กับเป็นบ้านอีกหลังของผู้ป่วยที่ต้องการความรัก การดูแลเอาใจใส่ ก่อนที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกอีกครั้งภายใต้ความไม่เข้าใจของสังคม
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

Up ↑

.tomorn.

articles that instigate

~ จิบชาคาเฟ่ ~

JiBi_AI's another blog ♪ for Reader and Traveler

ร่ายอักษรกลอนศรีกวีเมา

yuthPa,สหายพันจอก,กลอน,เขียนกลอน

WordPress.com

WordPress.com is the best place for your personal blog or business site.

%d bloggers like this: