จิตอาสาผู้ป่วยจิตเวช (3)

ปุญชรัสมิ์  ทรงธรรมวัฒน์  เรื่อง
อทิตยา  พุ่มกุมาร  ภาพ
ก้าวที่ยิ่งใหญ่…จากผู้ป่วยสู่การเป็นผู้ให้
หลังจากคุยกันได้พักใหญ่ แม่กุพาเราเดินดูผลงานของผู้ป่วยที่วางเรียงรายอยู่ในตู้โชว์ เช่น กระเป๋าถือหลากลายหลายสีสัน กระเป๋าใส่เศษสตางค์ ตุ๊กตาตัวน้อย และผ้าคลุมไหล่สีพื้นผืนใหญ่  ซึ่งผลงานเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ป่วย จากการฝึกอาชีพโดยจิตอาสา ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ นั้นทางศูนย์ฯ จัดเตรียมไว้ให้…..
วันนี้พี่ฝน หนึ่งในจิตอาสาที่มาสอนการเย็บกระเป๋าถือให้ผู้ป่วย เธอเคยเป็นคนไข้ของที่นี่เข้ามารับการบำบัดด้วยโรคซึมเศร้า เข้าออกโรงพยาบาลกว่า 10 ปี เดิมเธอคือข้าราชการครูสอนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ (กพอ.) ด้วยความรู้ที่ติดตัวมาจึงมาถ่ายถอดให้กับผู้ป่วย ลีลาการสอนยังคงท่าทางของความเป็นครู การจัดวางอุปกรณ์ เลือกผ้า และตั้งแบบ ขีดเขียนวัดขนาดและตัดผ้าอย่างคล่องแคล่ว นักเรียนในวันนี้ไม่เยอะนัก แต่ครูคนนี้ก็พร้อมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจ เธอหวังว่าจะได้ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ป่วยได้มีอาชีพติดตัวเพื่อสร้างรายได้ และรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้มาสอน อาจเพราะจิตวิญญาณความเป็นครูที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของพี่ฝน เราจึงได้เห็นภาพของการแบ่งปันความรู้จากครูสู่ลูกศิษย์ จากคนที่เข้าใจซึ่งกันและกันผ่านเส้นด้ายและผืนผ้าออกมาเป็นกระเป๋าใบงามที่ตั้งเรียงรายพร้อมจำหน่ายแก่ผู้ที่สนใจอย่างที่เห็นก็เป็นได้
กิจกรรมยามว่าง
กิจกรรมยามว่าง
แต่สำหรับพี่อ้อยนั้น การมาเป็นเจ้าหน้าที่ประงานสานของสมาคมและจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูผู้ป่วย แม้จะได้รับค่าตอบแทนไม่มากนักแต่เธอเต็มใจและภาคภูมิใจในงานที่ได้ทำ นอกจากนั้นเธอยังได้เรียนรู้จากชีวิตการทำงานด้วยการยึดหลัก 3 อ. คือ อารมณ์ อดทน อดกลั้น คือต้องรู้เท่าทันอารมณ์ อดทนต่อทุกอย่าง และรู้จักอดกลั้น มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และเพราะความรักความเมตตาที่ได้รับจากแม่กุ ซึ่งเป็นความรักของแม่ที่พี่อ้อยรอคอยมาตลอดทั้งชีวิต เธอจึงมีต้นแบบในการดำรงตนเป็นจิตอาสา จากที่เคยเป็นผู้รับความช่วยเหลือสู่การเป็นผู้ให้ในวันนี้ คงไม่มีอะไรแทนความรู้สึกที่พี่อ้อยมีให้กับแม่กุ และความรู้สึกของการเป็นผู้ให้ได้ดีเท่ากับน้ำตาที่เอ่อล้นอยู่ในดวงตา แม้จะพยายามกลั้นไว้เท่าไหร่ก็มิอาจกลั้นทำนบแห่งความตื้นตันนี้ไว้ได้ ตลอดการพูดคุยและร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน รอยยิ้มบนใบหน้าอวบอิ่มนี้อาจไม่ชัดเท่ารอยยิ้มในแววตาคู่นั้น แววตาคู่เดียวกันกับที่เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
คงไม่ต่างจากพี่ดาว ที่มีคุณหมอสมรักเป็นแรงบันดาลใจในการเข้ามาเป็นจิตอาสาที่สมาคมฯ ช่วยประสานงานและสอนคอมพิวเตอร์ให้กับผู้ป่วย  และยังเป็นติวเตอร์สอนหนังสือ ที่โรงเรียนกวดวิชาของเพื่อนพี่สาวอีกด้วย เมื่อได้มาเป็นจิตอาสาแล้ว ภาพของผู้ป่วยยิ่งสะท้อนกลับมายังตนเอง เพราะเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยในฐานะที่เคยได้รับการฟื้นฟูมาก่อน จึงอยากให้สังคมมีความเข้าใจและเมตตา ไม่ซ้ำเติม ไม่ตีตราผู้ป่วยว่าเป็นคนผิด ผู้ป่วยจิตเวชไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เข้าใจกัน สังคมต้องให้โอกาสเพราะโรคนี้รักษาหายได้ ในขณะเดียวกันผู้ป่วยเองต้องรักตัวเองให้มากขึ้น ฝึกฟื้นฟูร่างกาย เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตประจำวันได้
อาจเพราะเคยผ่านเวลาแห่งการรักษามาก่อนจึงทำให้จิตอาสาหลายคนเข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคนไข้ นอกจากช่วยทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายแล้วยังต้องดูแลสภาพจิตใจด้วย จากที่เคยขอบคุณจิตอาสาที่เคยมาดูแล การเปลี่ยนผ่านของกาลเวลาส่งให้พวกเขาก้าวมาเป็นจิตอาสาที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ความรักและความเสียสละที่รวมกันมันยิ่งใหญ่จนก่อเกิดเป็นพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงชีวิตคนผู้หนึ่งให้กลับเข้ามาสู่สังคมได้อีกครั้ง
เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน
เช้าวันอาทิตย์เรามีนัดกับจิตอาสาอีกกลุ่มหนึ่ง แต่สถานที่ยังคงเป็นที่เดิม กิจกรรมในวันนี้คือการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยในโครงการเจ้าสัวน้อยและหลักสูตรพ่อแม่ผูกพัน เรามาเจอกับคนไข้กลุ่มใหม่มากหน้าหลายตานั่งล้อมวงในห้องสี่เหลี่ยม หลังจากทุกคนแนะนำตัวแล้ว พี่เอื้อง ศิรฎา กัลป์ยาณชาติ ผู้อำนวยการโครงการสมาคมสายใยครอบครัว นำทุกคนฝึกสมาธิ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เสียงนุ่มๆ ของพี่เอื้อง คอยบอกให้เราหลับตา ค่อยๆ กำมือ และแบมือ บอกให้สังเกตจิต ใช้เวลาไม่นานนัก  ก็เปลี่ยนมาออกกำลังกายเบาๆ โดยมีพี่ลาภ พูนลาภ ฤดีล้ำเลิศสกุล นำวอร์มร่างกาย ด้วยการหมุนข้อต่อต่างๆ ไล่ลงมาตั้งแต่ศีรษะจนถึงข้อเท้า จากนั้นจึงให้ทุกคนเดินรอบห้องอย่างช้าๆ และค่อยๆ เร่งจังหวะการเดินขึ้น โดยระวังไม่ให้เดินชนกัน โดยมีพี่ลาภพูดเตือนสติให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะแยกย้ายกันทำกิจกรรม
พี่ลาภ และผู้ป่วย ยังคงอยู่ห้องเดิม เพื่อทำกิจกรรมหลักสูตรเจ้าสัวน้อย หลักสูตรนี้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ของผู้ป่วย  สร้างการยอมรับในตัวเองและเห็นคุณค่าตัวเอง สร้างความพร้อมให้ผู้ป่วยในการที่จะต้องปรับตัวเข้ากับสังคมและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข  โดยไม่เป็นภาระครอบครัว ไฮไลต์ของกิจกรรมวันนี้คือการให้ผู้ป่วยทอดไข่เจียวเอง เริ่มตั้งแต่การหั่นแครอท หั่นไส้กรอก ตอกไข่ เจียวไข่ จนกระทั่งทอดเสร็จ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายไปถึงห้องอบรมข้างๆ
การนั่งสมาธิ หนึ่งในกิจกรรมฟื้นฟู
การนั่งสมาธิ หนึ่งในกิจกรรมฟื้นฟู
สำหรับหลักสูตรพ่อแม่ผูกพัน แยกตัวไปเรียนในห้องศิลปะ หลักสูตรนี้จัดขึ้นเพื่อให้พ่อแม่ หรือผู้ดูแลผู้ป่วยได้คลายความเครียดและความวิตกกังวล ได้เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้ป่วย มีพลัง มีความสุขและเห็นคุณค่าในตัวเอง สามารถดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหา หรือสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นและเสริมสร้างพัฒนาการของลูก วันนี้ผู้เข้าร่วมอบรมมี 3 คนด้วยกัน
สาวสูงวัยเจ้าของธุรกิจโรงแรมหลายแห่ง มีสามีอดีตซีอีโอ เริ่มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ความคาดหวังให้ลูกชายมาสานต่อกิจการ ยังคงริบหรี่ ใบหน้าเรียบเฉย แววตาวิตกกังวล ฉายให้เห็นอย่างชัดเจน
ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี แม่ของลูกสาวที่ป่วยมานานถึง 10 ปี แต่ไม่ย่อท้อในการดูแลรักษา เธอเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประสบการณ์ และช่วยสอนกิจกรรมร้อยลูกปัดให้แก่ผู้ป่วยเพื่อเป็นการฝึกสมาธิ
สาวตาโต ร่างเล็ก อายุใกล้หลักสี่ที่กำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่ต้องยกเลิกการจัดงานกลางคันเพราะแฟนหนุ่มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ด้วยความรักที่มีให้กัน หญิงสาวและครอบครัวคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ชายหนุ่มปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้เป็นภาระด้วยการกินยา ออกกำลังกายเบาๆ จนอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเชื่อว่าความรักจะทำให้ทั้งคู่ฝ่าฟันอุปสรรคนี้ได้
3 สาว 3 บุคลิก 3 ที่มา 3 เรื่องราว แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือร่วมเรียนรู้การดูแลและอยู่ร่วมกับผู้ป่วย กระดานไวท์บอร์ด ถูกใช้เป็นจอรับภาพโปรเจคเตอร์ โดยมีพี่เอื้องค่อยๆ อธิบายเรื่องประสบการณ์ภายในจิตใจมนุษย์ (personal iceberg) จากนั้นให้ทุกคนวิเคราะห์เหตุการณ์ตัวอย่าง และย้อนกลับมาวิเคราะห์เรื่องของตนเอง เพื่อให้เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการ ความคาดหวัง และคุณค่าในตัวเอง เมื่อรู้เท่าทันเราจะเข้าใจตัวเองและคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น
มื้อเที่ยงของวันนี้เราต่างมีไข่เจียวคนละจานจากฝีมือทอดไข่ของผู้ป่วย อรรถรสเพิ่มขึ้นจากการแลกเปลี่ยนกันชิมรสมือพูดจาหยอกล้อ ก่อนที่จะแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตนเองด้วยการล้างจาน เก็บกวาดสถานที่และจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมช่วงบ่าย
การวาดภาพระบายสีเป็นกิจกรรมในช่วงบ่ายเพื่อช่วยฟื้นฟูให้ผู้ป่วยมีสมาธิมากยิ่งขึ้น ส่วนห้องข้างๆกัน      พี่เอื้องยังคงอธิบาย สร้างความเข้าใจให้กับผู้ดูแล มีการสวมบทบาทสมมติเพื่อให้เข้าใจและเป็นตัวอย่างการแก้ปัญหา  ตลอดการอบรมพี่เอื้อง คอยให้กำลังใจผู้ดูแล ย้ำเสมอว่าต้องเข้าใจผู้ป่วย ต้องอดทน ที่สำคัญต้องคอยสังเกตอาการของผู้ป่วยเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง
วาดภาพระบายสี ฝึกสมาธิ
วาดภาพระบายสี ฝึกสมาธิ
ก่อนอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ทุกคนต่างช่วยกันเก็บของ จัดห้องให้เป็นระเบียบ รวมถึงนัดแนะเพื่อร่วมกิจกรรมครั้งต่อไปและแยกย้ายไปตามเส้นทางของตน
การเข้าไปสัมผัสโลกของโรคนั้นทำให้เราเข้าใจผู้ป่วยได้มากขึ้น การเปิดใจยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยมิใช่เรื่องเสียหาย ศิลปะการอยู่ร่วมกัน การเสียสละและอุทิศตนเพื่อจะดูแลผู้ป่วยเป็นความงดงามที่เกิดขึ้น ความงามที่แท้จริงมิใช่สิ่งที่ถูกสรรค์สร้างจากธรรมชาติหรือสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่มันคือความดีงามที่ได้ผลิใบเติบโตและส่งต่อความดีนี้สู่ผู้อื่น อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มีเพียงหัวใจเท่านั้นที่จะรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นเพื่อส่งผู้ป่วยกลับมาสู่โลกใบเดียวกันนี้และได้มีพื้นที่ยืนเป็นของตนเองอีกครั้ง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

Up ↑

.tomorn.

articles that instigate

~ จิบชาคาเฟ่ ~

JiBi_AI's another blog ♪ for Reader and Traveler

ร่ายอักษรกลอนศรีกวีเมา

yuthPa,สหายพันจอก,กลอน,เขียนกลอน

WordPress.com

WordPress.com is the best place for your personal blog or business site.

%d bloggers like this: