ก่อนออกเดินทาง ควรต้องเติมพลังกันหน่อยนะ อาหารเช้าของที่นี่ ต้องสั่งล่วงหน้า 1 วัน เมนูมีให้เลือก 4 เมนู เราเลือกชุดไข่กระทะ มาพร้อมน้ำส้ม และผลไม้ ชุดนี้น่ารักมาก ส่วนชากาแฟ บริการตัวเองได้เลยจ้ะ ที่นั่งชั้น 1 ก็จะโล่งๆ หน่อย มีชุดโซฟาเป็นมุมนั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหารเป็นชุดไม้ ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติดี

น่ากิน ของหวานตบท้าย

อาหารเช้าเติมพลังกันหน่อย

น่ารักเนอะ

พระธาตุดอยตุง

จุดหมายปลายทางแรกของวันนี้คือพระธาตุดอยตุง พระธาตุประจำปีเกิด มาเชียงรายกี่ครั้งก็ไม่เคยได้มาสักการะสักที ทริปนี้ถือว่าตั้งใจมากๆ ระหว่างทางได้ซึมซับบรรยากาศยามเช้า หมูดำพาพวกเราขึ้นเขาไปเรื่อยๆ เปิดกระจกรับลมจากข้างนอก สูดหายใจเข้าไปให้เต็มปอด สายตาทอดยาวออกไปจากหน้าต่างรถ ทิวเขาที่ทอดตัวอยู่ข้างหน้าสร้างความรู้สึกหนักแน่นแต่ก็อ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ด้วยต้นไม้นานาชนิด

IMG_20171020_100155
สองข้างทางที่ร่มรื่น

 

เราใช้เวลาพักใหญ่ก็ขึ้นมาถึงพระธาตุดอยตุง สักการะพระธาตุและเดินรอบพระธาตุแล้วก็ชมวิว ก่อนจะเดินตีระฆังลงมายังลานจอดรถด้านล่าง

พระธาตุดอยตุง เป็นเจดีย์สีทองอร่าม 2 องค์คู่กัน ซึ่งแปลกแตกต่างจากพระธาตุอื่น ที่มีเพียงองค์เดียว แต่เดิมพระธาตุดอยตุงนั้นมีพียงองค์เดียว เป็นศิลปะเชียงแสนย่อมุมไม้สิบสอง คล้ายพระธาตุดอยสุเทพ แต่เดิมเมื่อขาดการบูรณะปฏิสังขรณ์ ตัวพระธาตุจึงทรุดโทรมและพังทลายลง พญาเม็งรายจึงได้สร้างเจดีย์อีกองค์ใกล้กัน จึงทำให้พระธาตุดอยตุงมี 2 องค์ ต่อมา พ.ศ. 2470 องค์พระธาตุทรุดโทรมมาก ครูบาศรีวิชัย และชาวเมืองเชียงรายจึงได้บูรณะขึ้นมาใหม่ โดยสร้างเป็นเจดีย์องค์ระฆังขนาดเล็กบนฐานแปดเหลี่ยมตามศิลปะล้านนา และมีการบูรณะล่าสุดปี พ.ศ.2516 โดยกระทรวงมหาดไทย ได้สร้างพระธาตุองค์ใหม่ขึ้นครอบพระเจดีย์เดิมไว้

IMG_20171020_103546

IMG_20171020_104237

อยช้างมูบ

ขับรถขึ้นมาอีกไม่ไกลนัก เราก็มาเจอกับดอยช้างมูบ ตั้งอยู่ในพื้นที่กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ  ซึ่งเป็นหน่วยกำลังป้องกันชายแดน ไทย-พม่า ตั้งอยู่ชิดแนวเขตชายแดนไทยพม่า มองออกไปไกลลิบๆ เราจะเห็นฐานทัพทหารพม่าได้อย่างชัดเจน

IMG_20171020_111712
มุมนี้จะเห็นฐานทัพพม่า

 

 

IMG_20171020_111422
มฆเยอะมาก

 

เมื่อก้าวลงจากรถ เราก็สัมผัสอากาศเย็นสบาย สูดหายใจลึกๆ ภาพเบื้องหน้าทำเอาหายเหนื่อย เหมือนหอบเอาความเหนื่อยล้ามาทิ้งลงที่นี่ ภูเขาสูงใหญ่ ท้องฟ้ากว้าง แม้ว่าวันนี้จะไม่เป็นใจเท่าไหร่นัก เพราะมีเมฆมืดบางส่วนลอยตัวบดบังแสงแดดและความงามของบรรยากาศ แต่ก็เป็นอย่างนี้แค่บางขณะ ในวันที่นักท่องเที่ยวไม่มากนัก พวกเราเลยได้เก็บบรรยากาศข้างบนอยู่เกือบสองชั่วโมง แทบอยากจะทิ้งตัวนอนลงบนหญ้าให้แสงอาทิตย์อาบลงบนตัว โอบกอดด้วยสายลมเย็น ปิดเปลือกตาให้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้นานๆ

การเดินทางขึ้นเขา ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ไม่รู้สึกเหนื่อย หรือรู้สึกว่าเวลาเดินช้า อาจเพราะการได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศระหว่างเดินทางคือความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง จุดหมายนั้นสำคัญ แต่การใส่ใจรายละเอียดระหว่างทางนั้นสำคัญไม่แพ้กัน ค่อยๆ ดู ใบไม้ไหว ค่อยๆ สัมผัสสายลมที่กระทบผิวหนังอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ ฟังเสียงธรรมชาติที่รายล้อม เธอสัมผัสถึงอะไรบ้าง เธอรับรู้ถึงสิ่งใดเล่า เพราะเราต่างเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เราจึงรู้สึกดีทุกครั้งที่เท้าได้เหยียบผืนดินและเม็ดทราย

พระตำหนักดอยตุง-สวนแม่ฟ้าหลวง

พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ห้ามพลาด

พระตำหนักดอยตุง คือบ้านของสมเด็จย่า คำเรียกง่ายๆนี้ น่าจะทำให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด บ้านไม้ธรรมดา ไมได้หรูหรา ไมได้ตกแต่งด้วยของมีราคาค่างวดอะไร เพราะแต่ละห้องนั้น ยู่อย่างสมถะ ไม่ว่าจะเป็นห้องทรงงาน ห้องบรรทม เฟอร์นิเจอร์หรูหราไม่มี มีเพียงโต๊ะไม้ เตียงไม้ ที่ใช้งานได้เท่านั้น นั่นคือภาพสะท้อนของคำว่าพออยู่พอกิน…พอเพียง สิ่งที่พระองค์ท่านสอนพวกเรามาตลอด

พระตำหนักดอยตุง เคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของชาวไทย เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ส่วนที่เราชอบที่สุดคือเพดาน รูปจักราศี จากการแกะสลักไม้ วางวตามตำแหน่งของดวงดาว เห็นถึงการนำหลักดาราศาสตร์และศิลปะมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ภายในพระตำหนัก เราไม่สามารถถ่ายรูปได้ ทำได้เพียงเก็บภาพความทรงจำประทับไว้ในความรู้สึก

มองมายังเบื้องล่างคือสวนแม่ฟ้าหลวง โอ้โห พื้นที่ใหญ่เด็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณหลากสีสัน บนพื้นที่ที่ลดหลั่นกัน สดชื่นมาก คนชอบดอกไม้คงหลงเสน่ห์อยู่ในนั้นจนลืมเวลาเป็นแน่

ไม้ดอกและการจัดพื้นที่สวน อันสวยงามชวนฝัน สีสันตระการตา เหมือนประหนึ่งว่าหลงเข้าไปในสวรรค์ก็ไม่ปาน ชีวิตบางทีก็สดใสหั่งดอกไม้บาน แต่ท้ายสุดแล้วดอกไม้ย่อมแห้งเหี่ยวโรยราเช่นกัน ความสุขของเราไม่จีงรัง ความทุกข์ก็ไม่ยั่งยืน ดอกไม้บอกเราว่าอย่างนั้น

ก่อนจะมุ่งหน้าสู่แม่สาย กระเพาะอาหารของพวกเราเริ่มส่งสัญญาณ ร้องบอกแล้วว่าแหล่งพลังงานจากเมื่อเช้าหมดลงแล้ว ร้านอาหารจุดจอดรถจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของพวกเราในตอนนี้

 

1519212057793
กินกันจริงจัง

แม่สาย

จากดอยตุง เรามุ่งหน้ามายังแม่สาย นั่งรถชิลด์ๆ ไป กว่าจะถึงพระอาทิตย์ก็เกือบจะลาขอบฟ้าซะแล้ว วิวช่วงตะวันชิงพลบ เป็นช่วงที่แสงอบอุ่น และให้ความรู้สึกสงบ (สำหรับเรา) ร้านรวงต่างๆ พากันทยอยปิด เหลือเพียงไม่กี่ร้านที่ยังเปิดรอรับนักท่องเที่ยว บรรยากาศเงียบเหงา มีเพียงชาวบ้านแถวนั้นที่จับกลุ่มพูดคุยกันตามประสา

จากจุดที่เรายืนอยู่ สามารถมองเห็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา คือประเทศพม่าและประเทศลาว ระหว่างสามประเทศนี้ มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งเขตแดนตามธรรมชาติ ไหลผ่านให้ผู้คนได้ใช้ดื่มกิน และสัญจร เป็นสายเลือดหลักให้ชาวบ้านได้ดำรงอยู่ และนี่คือสามเหลี่ยมทองคำ เขตเศรษฐกิจที่หลายคนฝากความหวัง และความหวังของพวกเราในวันนี้คือการฝากท้องที่ริมโขงสักมื้อ จบวันที่อิ่มท้องกับบรรยายากาศยามค่ำคืนริมสายน้ำหลัก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ถ้าการเดินทางคือการได้เรียนรู้สิ่งรอบตัว การเดินทางเพื่อเรียนรู้เธอคงต้องใช้เวลา และไม่รู้ว่าจุดหมายคือที่แห่งใด

Advertisements