2 ปี กับ 5 สิ่งที่ได้จากการวาดรูปสีน้ำ

2 ปี แล้วที่ได้วาดรูปสีน้ำอย่างจริงจัง จริงจังของเราไม่ใช่ว่าวาดทุกวันนะ แต่เป็นการวาดที่ต่อเนื่อง

หลายคนตั้งคำถามถึงจุดเริ่มต้นในการวาดรูปตอนอายุขนาดนี้ คำตอบง่ายมากสำหรับเรา คือ เราแค่อยากทำในสิ่งที่ชอบ และเป็นการตอบคำถามตัวเองด้วยว่าตกลงแล้ว เราชอบวาดรูปสีน้ำจริงๆ หรือเปล่า เพราะมันเป็นความชอบสมัยวัยเด็ก เมื่อเวลาผ่าน เราก็ทำความฝัน ความชอบหล่นหายระหว่างทาง ด้วยคำว่าภาระ ไม่มีเวลา ไม่สามารถ และอื่นๆ ที่พอจะนึกขึ้นได้

ในขวบปีที่เลข 3 มาเยือน ความคิดแวบนึงที่เข้ามาในสมองคือ เฮ้ย มาวาดรูปสีน้ำเถอะ (ประหนึ่งว่าเราในวัยเยาว์มาเรียกร้องให้ทำตามความชอบตอนนั้น) ไหนตอนเด็กๆ แกเคยบอกว่าชอบมันไง แน่นอน มันมีคำถามอื่น โผล่มาทักทายเช่นกัน เอาจริงอะ แก จะวาดได้หรอ วาดสวยไหม จะเอาเวลาที่ไหนไปวาด บลาๆๆๆ

คำตอบของคำถามนี้ ไม่มีอะไรมาก ตอนนั้นบอกกับตัวเองว่า เอ้า อยากรู้ว่าชอบจริงรึเปล่าก็ต้องลงมือวาดแล้วล่ะ ลงทุนซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ซื้อไปซื้อมาเริ่มเยอะเลยทีนี้ 555

IMG_20161207_204104 (Medium)
สีน้ำที่ใช้อยู่

สิ่งที่ได้จากการวาดรูปมาตลอด 2 ปีคือ

Continue reading “2 ปี กับ 5 สิ่งที่ได้จากการวาดรูปสีน้ำ”

Advertisements

ให้

เมื่อวันก่อน ​นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากบริจาคเลือดขึ้นมา​ หลังจากห่างหายไปนานมาก​ มากจริงๆ​ หลังจากเดินดุ่มๆ​ ไปที่รถรับบริจาค​ กรอกข้อมูล​ ตอบคำถาม​ วัดความดัน​ แอบหวั่นเล็กๆ ว่าจะบริจาค​ได้มั้ย​ บริจาคแล้วจะหน้ามืดรึเปล่า​ เรื่องน้ำหนักไม่ต้องห่วงเพราะเกินเกณฑ์​ที่กำหนด​ เรามักนอนดึก​ ตื่นเช้า​ นับชั่วโมงนอนเมื่อคืนปรากฏ​ว่าเฮ้ย​ เมื่อคืนนอนเร็วกว่าปกติ​ ผ่าน!!!

เอาล่ะ​ ถึงช่วงที่พยาบาลเจาะเอาเข็มเข้าเส้นเลือด​ ฉึก​ ไม่เจ็บนะ​ อ้อ แต่ไอ้ที่เจ็บกว่าก็ตอนเจาะเอาเลือดไปตรวจ​ จิ้มเข้าที่ปลายนิ้วนี่แหละ​ จึก​ ตุบๆๆๆ​ จังหวะมันดังได้ยินชัดเจนมาก เข็มเล็กเท่าเข็มเย็บผ้าแต่เจ็บจี๊ดๆ เลย เหมือนชีพจรเต้นเป็นจังหวะจะรัก เอ้ย ไม่ใช่ละ Continue reading “ให้”

จิตอาสาผู้ป่วยจิตเวช (3)

ปุญชรัสมิ์  ทรงธรรมวัฒน์  เรื่อง
อทิตยา  พุ่มกุมาร  ภาพ
ก้าวที่ยิ่งใหญ่…จากผู้ป่วยสู่การเป็นผู้ให้
หลังจากคุยกันได้พักใหญ่ แม่กุพาเราเดินดูผลงานของผู้ป่วยที่วางเรียงรายอยู่ในตู้โชว์ เช่น กระเป๋าถือหลากลายหลายสีสัน กระเป๋าใส่เศษสตางค์ ตุ๊กตาตัวน้อย และผ้าคลุมไหล่สีพื้นผืนใหญ่  ซึ่งผลงานเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ป่วย จากการฝึกอาชีพโดยจิตอาสา ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ นั้นทางศูนย์ฯ จัดเตรียมไว้ให้…..
Continue reading “จิตอาสาผู้ป่วยจิตเวช (3)”

จิตอาสาผู้ป่วยจิตเวช (2)

ปุญชรัสมิ์  ทรงธรรมวัฒน์  เรื่อง
อทิตยา  พุ่มกุมาร  ภาพ
จิตอาสาตัวแม่
หลังจากพูดคุยทำความรู้จักกับผู้ป่วยได้สักพัก เราก็พบกับคุณกุสุมาลย์ สุทธิลออ หรือ แม่กุของผู้ป่วย แม่กุยิ้มต้อนรับทักทายเราอย่างเป็นกันเอง หญิงวัยเกษียณ รูปร่างเล็ก ผิวเข้ม ท่าทางคล่องแคล่ว และริ้วรอยประสบการณ์บนใบหน้า บอกได้เป็นอย่างดีถึงช่วงวัยที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตมาอย่างมากมาย เธอคนนี้คือหัวหน้าศูนย์กิจกรรมสายใยครอบครัว ผู้ทำการฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชทั้งในและนอกโรงพยาบาลศรีธัญญา โต๊ะสำหรับให้คำปรึกษาถูกปรับเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นโต๊ะรับแขกแทน ตลอดเวลาที่พูดคุยกันนั้นมีทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกเดินเข้าออกห้องตลอดเวลา เสียงแรกที่ได้ยินทุกครั้งที่ผู้ป่วยเดินเข้ามาในห้องนั่นคือ “แม่กุ สวัสดีค่ะ/ครับ” และทุกครั้งแม่กุจะทักทายกลับไปเสมอ
Continue reading “จิตอาสาผู้ป่วยจิตเวช (2)”

จิตอาสาผู้ป่วยจิตเวช (1)

 ปุญชรัสมิ์  ทรงธรรมวัฒน์  เรื่อง
อทิตยา พุ่มกุมาร  ภาพ
“ถ้ารักษาลูกหาย จะรักษาลูกคนอื่นให้หายเหมือนลูกเรา”
นี่คือคำพูดของหญิงคนหนึ่งขณะที่รู้ว่าลูกชายป่วยเป็นโรคจิตเภท ในวันนี้เธอทำหน้าที่แม่ ที่ให้ความรักและรักษาผู้ป่วยจิตเวช ด้วยความมุ่งมั่นให้ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ดังคำที่เธอได้ปวารณาตัวไว้ เธอยังบอกอีกว่าโรคจิตเวชรักษาได้ !?
 เปิดโลกของโรค….เราไม่ได้บ้า
โรงพยาบาลศรีธัญญา ที่ใครหลายคนเรียกกันจนติดปากว่าโรงพยาบาลบ้า ตั้งอยู่ที่ ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองฯ  จ.นนทบุรี ความคิดแรกที่เข้ามายังโรงพยาบาลคือภาพคนเสียสติที่เห็นเดินตามท้องถนน คงจะเดินกันให้ขวักไขว่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ เหมือนที่เคยเห็นผ่านตาในละครโทรทัศน์ แต่ภาพที่เห็นคือพื้นที่อันกว้างขวาง ถูกแบ่งออกเป็นโซนๆ เช่น ตึกผู้ป่วยชาย ตึกผู้ป่วยหญิง อาคารต่างๆ พื้นที่โล่งเต็มไปด้วยหญ้าสีเขียวสบายตา ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่
Continue reading “จิตอาสาผู้ป่วยจิตเวช (1)”

ในวันว่างอย่างนี้ นอกจากการเดินห้างซึ่งเป็นวิถีทางที่เกือบจะเป็นปกติของใครหลายคน และก็รวมถึงเราเองในบางที นึกครึ้มอกครึ้มใจ ไม่ได้เสพงานศิลป์มานานเท่าไหร่แล้วนะ หลังจากตั้งคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ แว้บแรกของความคิดก็คืออย่าให้เสียเวลาในวันว่างเลย เราน่าจะไปหาอะไรให้ตัวเองบ้างนะ ที่แรกที่นึกถึงก็คือหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นั่นเพราะว่าการเดินทางสะดวก แต่เหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ อยู่ๆ ฟ้ารั่ว อย่างกับเทวดาร้องไห้จนแทบจะขาดใจ แต่เอาล่ะ ในเมื่อความตั้งใจมันมากพอ แรงดึงดูดของบางสิ่งมันบอกว่า ไปเถอะ เอาน่า อยู่ใต้ฟ้ากลัวอะไรกับฝน….. (เพิ่มเติม…)

สุข…ทุกข์

PicsArt_1388827230201

เราต่างมองหาความสุขจากภายนอก

เพื่อมาเติมเต็มความต้องการ ยิ่งเราไขว่คว้า แสวงหา

และเรียกร้องมันเท่าไหร่

เรากลับไม่เคยพบว่าเรามีความสุขได้จริง Continue reading “สุข…ทุกข์”

สาวออฟฟิศกับเด็กน้อย

โลกไร้พรมแดน ในปี 2011 มีหลายอย่างที่ไม่เคยได้พบได้เห็น มุมมอง ค่านิยมต่างๆ เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน

และบางอย่างที่ยังคงมี มันก็ยังคงมีให้เห็นอยู่  ระหว่างที่คิดเรื่องอะไรอยู่เพลินๆ ก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา

ทำให้ต้องตื่นจากภวังค์ความคิด สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กน้อยตาโต ผิวค่อนข้างคล้ำ หน้าตาน่ารักทีเดียว

ดูเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นเด็กร่าเริงเพราะตลอดเวลาที่มองไปที่เธอ  เธอก็ส่งยิ้มมาให้ ที่สำคัญมันเป็นรอยยิ้มที่มาจากหัวใจ

….นานเท่าไหร่แล้วนะที่เราไม่เคยได้รับรอยยิ้มแบบนี้ และนานเท่าไหร่แล้วนะที่เราไม่ได้มอบยิ้มอย่างนี้ให้กับคนรอบข้าง…


โอ้ย แงๆๆ  เสียงเด็กผู้หญิงคนนั้น ดังขึ้นอีกครั้ง แต่เรานี้ทำให้เราต้องลุกจากเก้าอี้เพื่อไปดูว่าเธอเป็นอะไร

ทำไมถึงร้องไห้เสียงดัง   หลังจากปลอบเธอ จนเธอหยุดร้องไห้ ก็เลยได้รู้ว่า เธอมาเดินเล่นเพราะบ้านอยู่ใกล้ๆ แถวนี้

และตอนนี้แม่เธอก็กำลังเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้เธอรออยู่ข้างนอกคนเดียว

“โตขึ้น หนูอยากเป็นอะไรเอ่ย” คำถามเดิมๆ เชื่อว่าหลายคนคงเจอคำถามนี้เมื่อตอนเป็นเด็ก

และเช่นกันเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ เราก็ไม่ลืมที่จะถามคำถามนี้กับเด็กๆ เช่นกัน

“หนู อยากเป็นนักร้อง หรือไม่ก็ดาราค่ะ  แต่หนูคงเป็นไม่ได้หรอกค่ะ” เด็กผู้หญิงตอบ

อืม  ก็พอเข้าใจหรอกนะว่าทำไมอยากเป็นดารา ก็แหม รายการโทรทัศน์ตอนนี้ก็เห็นมีแต่การแข่งขัน

การประกวดเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งต่างๆ และการได้เข้าวงการบันเทิง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงบอกว่าเป็นดาราไม่ได้

“ทำไมหนูถึงเป็นดาราไม่ได้ล่ะ” เราถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ

“ก็หนูไม่ผอม แล้วยังตัวดำอีกนี่คะ” เด็กน้อยตอบ และก้มหน้าลงเล็กน้อย เหมือนน้อยใจในโชคชะตาที่ให้เธอเกิดมาเป็นเธอแบบนี้

“แล้วยังไงล่ะ ทำไมถึงเป็นดาราไม่ได้ น้าไม่เห็นเข้าใจเลย”

“ก็หนูดูในโทรทัศน์เห็นมีแต่คนผอมๆ คนขาวๆ เขาบอกว่า คนขาวกับคนผอม คือ คนสวย

แล้วคนสวยก็เป็นดาราทั้งนั้น หนูไม่สวยนี่คะ” เด็กน้อยพูดด้วยความไร้เดียงสา

รู้แล้วล่ะ ว่าทำไมเด็กน้อยถึงพูดเช่นนี้ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อเรายังเด็ก จำได้ว่า ไม่มีโฆษณาประเภทที่ว่า

ถ้าคุณไม่ผอม ไม่ขาว ผู้ชายจะไม่มอง แต่แปลกไหม เดี๋ยวนี้โฆษณาจำพวกนี้เยอะมาก แทนที่จะสนับสนุนส่งเสริม

ให้คนเรารู้จักเคารพตัวเองและเคารพผู้อื่นด้วย รวมทั้งคนดี คนเก่ง ก็ต้องตัดสินกันที่ความดี และมันสมองสิว่าไหม??

“แต่หนูก็เป็นเด็กดีได้นี่นา เป็นเด็กดีของคุณพ่อ คุณแม่ไง”

“แล้วเด็กดีต้องทำยังไงคะ”

“หนูก็ต้องตั้งใจเรียน เชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่ มีความรับผิดชอบมากๆนะ”

“รับผิดชอบคืออะไรคะ”

“คือตั้งใจทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายไงคะ เช่น ถ้าหนูมีการบ้านก็ต้องทำการบ้านให้เสร็จ หรืออีกอย่างหนึ่งนะ

เวลาหนูทำผิดหนูก็ต้องรับว่าผิด แต่เวลาหนูทำอะไรที่เป็นความดีความชอบ ก็รับว่าทำและขอบคุณผู้อื่นที่ช่วยเราด้วย”

“เอ่อ แต่น้าคะ แต่หนูเห็นคนอื่นๆ เขาก็รับชอบกันหมดนี่คะ เวลามีความผิดก็เห็นเขาโยนความผิดไปให้คนอื่นหมด

หนูเห็นบ่อยๆค่ะ เวลาแม่คุยกับเพื่อน”

เอ่อ พูดไม่ออกเลยเรา ได้แต่นึกในใจ มันก็จริงเนอะ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วที่จะมารับผิดร่วมกัน มีแต่โยนความผิดให้พ้นตัว

และรับชอบเข้าตัว อีกอย่างถ้าผู้ใหญ่ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี แล้วอย่างนี้เด็กที่กำลังจะเติบโต พวกเขาเหล่านี้จะเลียนแบบ

พฤติกรรมนี้ต่อไปไหมนะ   อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ว่าตอนเป็นเด็กเรามักทำตามในสิ่งที่ผู้ใหญ่บอกว่าดี

บอกว่าถูก บอกว่าต้องทำ โดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วสิ่งที่เราอยากทำคืออะไรกันแน่ เพียงแค่คิด อยู่ๆ เด็กน้อยก็ถามขึ้นว่า

“น้าคะ แล้วโตขึ้นพี่อยากเป็นอะไรคะ”

อืม  นั่นสินะ โตขึ้นเราจะเป็นอะไรดี “หนูว่า น้าจะเป็นอะไรดีล่ะ”

ผู้ใหญ่ทั้งหลายคะ สรุปแล้วว่าต้องทำอะไรอีกอ่ะคะ จะมีผู้ใหญ่คนไหนช่วยตอบเด็กน้อยคนนั้นให้ได้ไหมว่า

แล้วถ้าเราโตขึ้นเราจะทำอะไรดี ในเมื่อตั้งแต่เด็ก ก็โดนผู้ใหญ่ทั้งหลายบอกให้ทำโน่นทำนี่ แล้วจนเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ก็ยังโดนผู้ใหญ่กว่าสั่งให้ทำโน่นทำนี่อีก  การสนทนาระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กน้อยก็จบลงตรงที่แม่มารับเธอกลับบ้าน

และเราก็ได้แต่นั่งคิดถึงคำถามของเด็กน้อยนั่น  หรือคุณว่าไงล่ะ

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑