Fineday Sadturday คืนวันเศร้า เช้าวันสุข

2014-05-18_19-27-00_839

 

ผู้แต่ง             ผมอยู่ข้างหลังคุณ

สำนักพิมพ์       4 letter word

 

แค่ชื่อหนังสือก็ดึงดูดความสนใจได้แล้ว Fineday Sadturaday คืนวันเศร้า เช้าวันสุข” การเล่นคำพ้องเสียง ถือเป็นลูกเล่นที่ดีทีเดียว

หากความรู้สึก สุข เศร้า เหงา เคล้าน้ำตา ที่เกิดขึ้นในทุกวัน หรือบางทีความรู้สึกเหล่านี้อาจสามารถเกิดขึ้นได้ภายในวันเดียวด้วยซ้ำ

ทุกตัวอักษรที่เรียงร้อยความรู้สึกและเรื่องราวภายในแต่ละวันที่เกิดขึ้น ทำให้คิดทบทวนและย้อนมองตัวเองอีกครั้ง เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะเหมือนกับเรากำลังส่องกระจกซึ่งสะท้อนภาพตัวเอง หลายครั้งเราต่างมองผู้อื่นและรู้จักผู้อื่นมากกว่าที่เรารู้จักตัวเราเองด้วยซ้ำ….. Continue reading “Fineday Sadturday คืนวันเศร้า เช้าวันสุข”

Advertisements

LifeScan มากกว่าที่ตาเห็น

2014-05-18_19-25-59_672

ผู้แต่ง             ผมอยู่ข้างหลังคุณ

สำนักพิมพ์       4 letter word

 

ถ้ารูปร่างหน้าตา เสื้อผ้า หน้า ผม การแต่งกาย เป็นสิ่งแรกที่เราเห็น และหลายคนก็มักจะตัดสินจาก “สิ่งภายนอก” เหล่านี้ด้วยเช่นกัน แต่จะมีสักกี่คนที่จะมองจาก “ข้างใน” เพราะสิ่งที่เราเห็นนั้นมักมากกว่าที่เรารู้ ทุกพฤติกรรมมักมีปมที่มาหรือเหตุแห่งพฤติกรรมกันทั้งสิ้น Continue reading “LifeScan มากกว่าที่ตาเห็น”

เพราะเป็นวัยรุ่น จึงเจ็บปวด

เพราะเป็นวัยรุ่น จึงเจ็บปวด

ผู้เขียน                    คิมรันโด

ผู้แปล                     วิทิยา  จันทร์พันธ์

สำนักพิมพ์             Springbooks

จำนวนหน้า            247 หน้า

เพราะชีวิตคือการเรียนรู้จากความเจ็บปวด

คิมรันโด ผู้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และเป็นคุณพ่อที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น จากประสบการณ์ที่ผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่น และยังมีโอกาสคลุกคลีกับวัยรุ่นอีกหลายชีวิต  หลากปัญหาที่ได้พบ เรื่องราวต่างๆ จึงถูกสะท้อนผ่านเลนส์ที่มีชีวิต ชื่อคิมรันโด พร้อมทั้งมุมมอง แง่คิด ที่น่าสนใจ

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้อ่านสนุกอาจเป็นเพราะ ช่วงชีวิตวัยรุ่นเราต่างเคยผ่านกันมาแล้วทั้งนั้น อีกทั้งความเป็นชาวเอเชียด้วยกัน วัฒนธรรมและเรื่องราวจึงใกล้เคียงกับประเทศไทยค่อนข้างมาก การเข้าถึงเนื้อหาจึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่กลับสนุก

หนังสือเล่มนี้ แบ่งออกเป็น  4 Part คือ Continue reading “เพราะเป็นวัยรุ่น จึงเจ็บปวด”

พันครั้งที่หวั่นไหว กว่าจะเป็นผู้ใหญ่

พันครั้ง

ผู้เขียน               คิมรันโด

ผู้แปล                 อมรรัตน์  ทิราพงษ์

สำนักพิมพ์          Springbooks

จำนวนหน้า         259

หลังจาก “เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด” จบไป คราวนี้มาถึงเรื่องราวของผู้ใหญ่กันบ้าง เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามที่เกิดขึ้นทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง ทำไมเรายังไม่เป็นผู้ใหญ่เสียที หรือผู้ใหญ่ที่ดีต้องเป็นอย่างไร อาจมีทั้งที่ตอบได้และตอบไม่ได้ คิมรันโด เขียนหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้บอกว่าการจะเป็นผู้ใหญ่จะต้องทำอย่างไร เป็นอย่างไร มีวิธีการใดบ้างหรือมีข้อแนะนำที่ชัดเจนหรือคำตอบที่ชัดแจ้ง แต่คิดรันโด นำเสนอภาพจากประสบการณ์ชีวิตจริงของตนเองและตนรอบข้างในแต่ละสถานการณ์ในแต่ละบทบาทหน้าที่ พร้อมทั้งมุมมอง กำลังใจให้กับผู้ที่ต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต อาจเสียการทรงตัวไปบ้างในหลายๆ เรื่อง มีหลายอย่างที่ประเทศเกาหลีคล้ายกับประเทศไทย เช่น การแข่งขันเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ บทบาทหน้าที่ของเราในสังคมและครอบครัว เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้ แบ่งออกเป็น 4 Part คือ   Continue reading “พันครั้งที่หวั่นไหว กว่าจะเป็นผู้ใหญ่”

เมื่อฉันลืมตาแล้วโลกเปลี่ยนไป


หลังจากปิดเปลือกตาอันหนักอึ้ง และล้มตัวนอน พร้อมทิ้งปัญหา ความวุ่นวาย ความสับสนที่เกิดขึ้นภายในจิตใจได้แล้ว เวลาเกือบ 8 ชั่วโมงที่ผ่านพ้นไปช่างไวเหลือเกิน ฉันตื่นขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ แต่สิ่งที่แปลกไปจากเดิมนั่นคือสภาพภายในห้องนอน ไม่สิ ตอนนี้ฉันไม่ได้นอนอยู่ในห้องนอนของฉัน แต่เป็นห้องพักในสถานที่หนึ่งที่ฉันได้หอบเอาร่างกายที่อ่อนล้าและหัวใจที่อ่อนแรง มาพักพิงไว้แม้เป็นที่ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนแต่กลับทำให้รู้สึกถึงความสงบได้มาก การได้เยียวยาความบอบช้ำทางจิตใจ ความอ่อนไหวทางอารมณ์ และความอ่อนแอทางความรู้สึก โดยการได้พูดคุยกับตัวเองคงเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้รู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ของเราได้ และคงช่วยให้สามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ้าง ไม่มากก็น้อย อันที่จริงแล้วฉันไม่ได้ทิ้งปัญหา ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไว้ที่นั่นหรอก เพียงแต่การที่ฉันมาอยู่ที่นี่มันทำให้ฉันได้มองถึงปัญหาและสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมจะเผชิญกับมันต่างหาก

การลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าทุกอย่างรอบตัวเราเปลี่ยนไป คงไม่ใช่เรื่องแปลก เช่น ถ้าเป็นอดีตเราใช้จดหมายในการติดต่อสื่อสารกับใครบางคน แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีเรากลับสามารถติดต่อกันได้โดยเห็นหน้ากัน นั่นอาจจะเป็นระยะเวลาที่นาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว แค่ลืมตาเมื่อผ่านพ้นวันต้นไม้ที่เราปลูกก็โตขึ้นเพียงแต่เราเองต่างหากที่ไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น

เมื่อต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองเป็นโรคร้าย อีกทั้งความรักที่ไม่สมหวังยังตามมาทำร้ายจิตใจ ผู้หญิงคนหนึ่งจะรับมือได้อย่างไร และความมุมองคิดต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อได้มาเจอกับคุณลุงเจ้าของร้านกาแฟ และเพื่อนใหม่ที่ได้เจอกันในร้านกาแฟแห่งนี้ ท้ายที่สุดแล้วหญิงสาวจะสามารถผ่านวันอันเลวร้ายได้หรือไม่ และผ่านไปได้อย่างไร มีคำตอบให้ค้นหาใน “เมื่อฉันลืมตา แล้วโลกเปลี่ยนไป” โดย ผมอยู่ข้างหลังคุณ การเดินเรื่องโดยให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่ามีใครหลายคนที่เป็นอย่างผู้หญิงคนนี้ อาจจะเป็นแนวความคิด การใช้ชีวิต สังคม ครอบครัว หรือแม้กระทั่งเรื่องราวที่เกิดขึ้น การเดินเรื่องโดยเชื่อมโยงกับภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ทำให้มีความน่าสนใจ หลายเรื่องทำให้ต้องไปหาดูให้ได้ว่าเป็นอย่างไร เราจะอยู่อย่างไร จะก้าวเดินอย่างไร หนังสือเล่มนี้น่าจะมีคำตอบหรือเปิดมุมมอง ความคิดให้ได้ การดำรงอยู่ของชีวิต ไม่ได้หมายความถึงแค่ความรักจากคนรักเท่านั้น หากเพียงแต่เราต้องรักตัวเองให้เป็น และอย่าลืมมองความรักจากครอบครัว และคนที่อยู่รอบกายของเราด้วย เพราะความรักไม่ว่าจะมาจากใครก็ตามนั่นก็คือความรัก และมักแฝงไปด้วยความหวังดี ความห่วงใย ที่จะถักทอสานต่อกำลังใจให้สามารถก้าวเดินต่อไปได้ในวันที่หัวใจอ่อนแอ

เมื่อลืมตาแล้วพบว่าโลกเปลี่ยนไป

เราก็จะสามารถก้าวเดินได้ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ความสุขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

 

 

“ความสุขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” เป็นอีกหนึ่งผลงานของ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” แค่เห็นหน้าปกก็คงเดาได้ไม่ยากว่าเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดในคราวนี้คงหนีไม่พ้นกระแสของการก้าวตามเทคโนโลยี และก็ไม่ผิดจากที่คาดคิดไว้ เชื่อว่าใครหลายๆ คน ก็กำลังตกอยู่ในยุคที่วิ่งตามเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ความทันสมัยของอุปกรณ์การใช้งานต่างๆ หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ชวนให้เราได้เข้าไปสัมผัสและทำให้เกิดสิ่งต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความคิด พฤติกรรม

ผมอยู่ข้างหลังคุณ แอบมองและเฝ้าดูพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับกระแสสังคมปัจจุบันผ่านเทคโนโลยี วิเคราะห์ ถ่ายทอด เชื่อมโยงสู่ภาพยนตร์ที่น่าสนใจหลายเรื่อง อ่านแล้วย้อนมองดูตัวเองพบว่าในหลายๆ ครั้งของการดำเนินชีวิต เราเองก็ตกเป็นทาสของเทคโนโลยีและมีพฤติกรรมบางอย่างหรืออาจจะหลายอย่างเหมือนที่เขียน

การได้รู้เท่าทันความคิด การเข้าใจสาเหตุหรือพฤติกรรม ก็ทำให้เราตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทและเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น ไม่ด่วนที่จะตัดสินใจอะไรเพียงเพราะกระแสสังคมหรือจ้อมูลที่เราได้รับเพียงด้านเดียว

      แล้ววันนี้คุณมีความสุขแล้วหรือยัง !!!

เจ็บเพราะรัก

หากในชีวิตหนึ่งเราจะต้องพบพานเรื่องราว และต้องก้าวผ่านวันเวลาที่เลวร้าย เชื่อว่าเรื่องหนึ่งที่ทำให้หัวใจเราอ่อนแอได้ และมีบาดแผลที่เรารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด โดยเป็นแผลที่เรามองไม่เห็น นั่นก็คือ ความผิดหวังจากความรัก

ยอมรับว่าตอนแรกที่เห็นชื่อหนังสือก็รู้สึกว่า ทำไมหนังสือเกี่ยวกับความรัก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภท how to จะต้องทำอย่างไรเมื่อตกหลุมรัก หรือเมื่ออกรักเราจะทำไงดี เขียนกันมาได้ตลอดเวลา แต่เสียงของเจ้าหน้าที่ที่บูธที่ส่งผ่านมาเข้าโสตประสาทำให้ต้องเดินกลับไปพลิกซ้ายพลิกขวา และก็มาสะดุดกับชื่อผู้เขียนซะอีก คนเขียนคิดอะไรนะ ทำไมใช้ชื่อนี้ “ผมอยู้ข้างหลังคุณ” แค่อ่านก็มีความรู้สึกสับสนปนเปกับคำถาม เหมือนเรากำลังโดนใครบางคนลอบมองจากข้างหลัง โดยที่เราเองไม่รู้ตัว และไม่รู้ว่าเขาจะมาดีหรือไม่ เออ แปลกดีเฮอะ พลิกไปอ่านประวัติผู้เขียน ก็โดนเข้าอย่างจัง อ้าว เป็นจิตแพทย์ซะอย่างนั้น นั่นไงล่ะ ต้องซื้อมาอ่านซะแล้ว หนังสือเล่มนี้คงต้องมีอะไรซ่อนมากกว่าเพียงชื่อที่เห็นแน่นอน

การถ่ายทอดเรื่องราวโดยการเล่าเรื่องชีวิตของใครบางคนที่กำลังประสบปัญหาต่างๆ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องราวของความรัก พร้อมทั้งการวิเคราะห์ถึงปัญหา สาเหตุ และคำแนะนำต่างๆ เป็นไปอย่างน่าสนใจ เรื่องราวมีสีสันเพิ่มมากขึ้นจากการสอดแทรกเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องราว อีกทั้งยังทิ้งเรื่องราว และประโยคเด็ดให้เราได้คิดอีกด้วย เหมือนอ่านหนังสือจิตวิทยาที่เข้าใจได้ง่าย แถมได้ดูหนังไปพร้อมๆ กัน อ่านแล้วย้อนกลับมาคิด ทบทวนเรื่องราวและความรู้สึก บางครั้งการใช้ชีวิตของเราก็เหมือนเป็นตัวละครตัวเอกของเรื่องนั้น ที่บางช่วงบางตอนเราประสบปัญหาเรามักจะหาทางออกไม่เจอ แต่ถ้าเราทำตัวเหมือนที่เราดูละครทีวี เราจะพบว่า เวลาตัวละครในทีวีเจอปัญหา เรามักจะบอกได้ว่าต้องแก้ไขปัญหานั้นๆ อย่างไร เป็นเพราะว่า เราถอยออกห่างออกมาจากปัญหา ทำให้เมื่อเรามองไปเราจึงรู้ว่าควรแก้ปัญหาอย่างไร ผิดกับตอนที่เราเป็นตัวแสดงนำ เรามักจมปลักอยู่กับปัญหาจึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร การใช้ชีวิตอย่างมีสติระลึกอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น

เจ็บเพราะรัก เป็นหนังสืออีกเล่มที่ประทับใจ สำหรับใครที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่กำแพงสูงเกินกว่าจะปีนขึ้นไป ลองมาเรียนรู้ชีวิตของหญิงสาวในเล่มนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่ากำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้อยู่ไกลเกินจะคว้า หากแต่เราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ และตัวเราเองต่างหากที่จะเป็นคนทำร้ายหรือเป็นคนที่จะดูแลให้มันมีความสุข

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑